หลายคนอาจคิดว่า การถนอมอาหารที่ดีที่สุด คือการนำอาหารไปแช่ในไว้ตู้เย็น เพื่อเป็นการยืดอายุของอาหารให้ได้นานที่สุด แต่คุณรู้หรือไม่? ความเย็นไม่ได้ช่วยรักษาคุณภาพของอาหารได้เสมอไป เพราะความเย็นอาจทำให้คุณภาพของอาหารบางอย่างเสื่อมลง และอาจเป็นอันตรายส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปดูกันว่า 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น มีอะไรบ้าง? ตามไปดูกันเลยค่ะ        

13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น   

1. แตงโม           

แตงโม 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

แตงโม นิยมทานตอนเย็น ๆ เพื่อความสดชื่น แต่อย่าลืมว่าแตงโมนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก การนำแตงโมทั้งผลใหญ่ไปแช่ตู้เย็น หรือที่เย็นเกินไป จะทำให้น้ำในผลแตงโม มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นกว่าการเก็บรักษาแตงโมที่อุณหภูมิห้อง  ส่งผลให้โมเลกุลของน้ำเบียดกัน และทำลายเนื้อเยื่อของแตงโม ทำให้เนื้อช้ำ เละ ไม่น่ารับประทาน หรือถ้าตู้เย็นที่มีความเย็นมาก ๆ ผลแตงโมอาจจะปริแตกได้ด้วย นอกจากนี้หลังการเก็บเกี่ยวสารต้านอนุมูลอิสระยังถูกผลิตขึ้นเรื่อย ๆ ในเนื้อแตงโมที่สภาวะอุณหภูมิห้อง แต่ถ้านำไปใส่ตู้เย็นก็จะผลิตได้น้อยลง ดังนั้นหากอยากทานแตงโมเย็น ๆ แนะนำให้หั่นแค่พอทานแล้วแช่ตู้เย็นก่อนสักครู่ แค่นี้ก็ได้แตงโมหวานเย็น ชื่นใจแล้ว           

2. น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง สุดยอดอาหารจากธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาในตู้เย็น เพราะในที่อุณหภูมิต่ำมากเกินไป น้ำผึ้งจะเกิดการสร้างผลึกน้ำตาล ทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเราสามารถเก็บน้ำผึ้งไว้ในภาชนะที่สะอาด ปิดให้สนิท หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงก็เพียงพอแล้ว เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติค่อนข้างเป็นกรด มีปริมาณน้ำเป็นส่วนประกอบน้อย อีกทั้งมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ไม่เหมาะต่อการเจริญของจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย อีกทั้งเอนไซม์จากธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง ยังมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ ของพวกแบคทีเรีย และเชื้อราอีกด้วย

3. ฟักทอง

 ฟักทอง 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

เมื่อนำฟักทองไปเก็บไว้ในตู้เย็น นอกจากรสชาติเปลี่ยนไปและเนื้อสัมผัสที่แข็งเหี่ยวแล้ว ฟักทองจะเกิดการเน่าเสียได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากความชื้นเป็นสิ่งที่เจ้าเชื้อราชื่นชอบ  ยิ่งถ้าเป็นฟักทองที่ถูกหั่นไปแล้ว หรือฟักทองที่ผิวมีแผลยิ่งทำให้เสียง่าย ดังนั้นเราสามารถเก็บฟักทองในอุณหภูมิห้อง แต่ต้องมีความแห้ง ปราศจากความชื้น และถ้าถูกหั่นไปทานแล้ว ก็ควรทำส่วนที่เหลือให้สุกแล้วแช่เย็นเพื่อเก็บรักษาจะดีกว่า

4. หอมหัวใหญ่

13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น    
  หอมหัวใหญ่

หากนำหอมหัวใหญ่ไปแช่ในตู้เย็น จะทำให้เน่าเสียได้ง่าย เพราะความชื้นเป็นของชื่นชอบของเชื้อรา  และนอกจากนั้นเนื้อของหอมหัวใหญ่จะเหี่ยวและไม่กรอบเหมือนใหม่ด้วย เพียงแค่เก็บหอมหัวใหญ่ไว้ในที่แห้ง สามารถถ่ายเทอากาศได้ ไม่ทำให้เกิดการอับชื้นหรือเกิดเป็นไอน้ำและพ้นแสง แค่นี้ก็เก็บรักษาได้นานแล้ว

5. มะเขือเทศ

   มะเขือเทศ

หากเรานำมะเขือเทศไปแช่ตู้เย็น จะเห็นผิวของมะเขือเทศเหี่ยวย่นและเนื้อสัมผัสไม่น่ารับประทานเลย มะเขือเทศที่สีสดใส ผิวชุ่มน้ำและเต่งตึงที่ถูกตกแต่งบนจานเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้อยากอาหารได้มากทีเดียว ทางที่ดีควรรีบรับประทานให้หมด และไม่ควรตุนไว้เยอะ

6. ทูน่า

ทูน่า 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

สำหรับปลาทูน่ากระป๋อง เป็นการนำเนื้อปลามาผ่านกระบวนการผลิตที่มั่นใจว่าเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่งอยู่แล้ว จึงสามารถเก็บรักษาทูน่ากระป๋องได้ในตู้กับข้าว หรือชั้นวางอาหารที่ปราศจากความชื้นและพ้นจากแสงแดด การนำทูน่ากระป๋องไปแช่เย็นยิ่งเป็นการเพิ่มความชื้น และกระตุ้นให้กระป๋องเกิดเป็นสนิม ซึ่งนั่นคืออันตรายมากด้วย           

7. มันฝรั่ง

มันฝรั่ง 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

หัวมันฝรั่งอุดมไปด้วยสารอาหารและพร้อมที่จะเจริญเติบโตเป็นต้นทุกเมื่อ เพราะแหล่งพลังงานล้วน ๆ อยู่ที่หัวมันที่เราจะนำมาใช้เป็นอาหารนั่นเอง เมื่อเรานำมันฝรั่งไปแช่ตู้เย็น มันมักจะโผล่งอกออกมาเป็นรากเสมอ และส่งผลให้หัวมันฝรั่งเนื้อแน่นของเราเปลี่ยนแปลงไป ไม่น่ารับประทานและเปลือกข้างนอกเหี่ยว

8. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล

 เราไม่จำเป็นต้องนำแอปเปิ้ลที่เราซื้อมาสดใหม่ เข้าไปใส่ตู้เย็นก็ได้ เพราะผลแอปเปิ้ลสามารถอยู่ได้ที่อุณหภูมิห้องได้หลายวัน เพราะเปลือกด้านนอกเป็นแวกซ์ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้ แต่เพื่อป้องกันการสุกมากเกินไปควรห่อกระดาษทีละลูกแล้ววางไว้ในที่แห้ง พ้นแสงแดด ก็ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นแล้ว แต่หลังจากนั้นสัก 1 สัปดาห์หากมีปริมาณเยอะมาก ก็ค่อยนำมาใส่ตู้เย็นได้ เพราะการแช่ตู้เย็นจะทำให้รสชาติและความหอมหวานลดลง

9. อะโวคาโด           

อะโวคาโด

ถ้าคุณรีบร้อนนำอะโวกาโดสีเขียวสดเข้าตู้เย็นเลย มันจะไม่สุกและไม่สามารถทานได้ เพราะเนื้อดิบและแข็ง ดังนั้นต้องวางอะโวคาโดวางไว้ข้างนอกตู้เย็นให้มันสุกเสียก่อน วางในที่แห้งและเย็น โดยเมื่อสุกแล้วสีเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มคล้ำ ขั้วเริ่มเป็นสีน้ำตาล นั่นแสดงว่ามีความนิ่ม สุก เนื้อมันชวนให้น่ารับประทานแล้ว คราวนี้จะทานมันเลยตอนนั้น หรือจะห่อกระดาษหรือพลาสติกแล้วเก็บเข้าตู้เย็นก็ทำได้

10. เครื่องเทศ

เครื่องเทศ

การเก็บรักษาเครื่องเทศต่าง ๆ ในตู้เย็น อาจไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะเครื่องเทศมีลักษณะเป็นของแห้ง หรือเป็นผง ซึ่งลักษณะแบบนี้เป็นนำไปแช่ในตู้เย็นจะดูดซับความชื้นและทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายกว่าการเก็บรักษานอกตู้เย็นในที่แห้งและไม่ร้อน  อีกทั้งการเก็บเครื่องเทศในตู้เย็นยังทำให้กลิ่นที่เป็นตัวหลักในการชูรสของเครื่องเทศเปลี่ยนแปลงไปด้วย           

11. เมล่อน

เมล่อน

การเก็บรักษาเมล่อนผลไม้สำหรับสุขภาพ เพื่อรักษาระดับของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งความนุ่ม หอมหวาน ฉ่ำของเนื้อเมล่อน ควรเก็บแบบวางไว้ข้างนอกตู้เย็นก่อน เพราะหลังจากการเก็บเกี่ยวเมื่อเวลาผ่านไปเมล่อนจากเนื้อกรอบ ๆ จะเริ่มสุกและมีความนุ่มของเนื้อภายใน รวมทั้งหอมและหวานฉ่ำมากขึ้นด้วย จึงไม่ควรแช่เมล่อนในตู้เย็นทันที

12. สมุนไพร

สมุนไพร

พืชสมุนไพรสดไม่แนะนำให้นำไปเก็บไว้ในตู้เย็นเลย เพราะความชื้นภายในตู้เย็นจะส่งผลให้เกิดการคายน้ำและใบของสมุนไพรก็จะเหี่ยวเฉา และเสียคุณภาพไป รวมทั้งสรรพคุณต่าง ๆ ของสมุนไพร ซึ่งฤทธิ์ของสมุนไพรส่วนใหญ่มาจากสารประกอบเฉพาะที่มีในพืช ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ หรือสารต้านอนุมูลอิสระในสมุนไพร ถ้าสมุนไพรเหี่ยวเฉา การออกฤทธิ์ของสมุนไพรก็อาจลดลงไปด้วย

13. น้ำสลัด

น้ำสลัด

สำหรับน้ำสลัดชนิดที่มีน้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสม ไม่จำเป็นจะต้องเก็บรักษาโดยนำไปแช่ตู้เย็น เพราะความเป็นกรดของผลิตภัณฑ์เสมือนเป็นสารกันบูดอยู่แล้ว นอกจากน้ำส้มสายชูที่มักเป็นส่วนประกอบแล้ว สารที่เติมลงไปอย่างพวกเกลือ ส่งผลให้มีสภาวะที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ถึงแม้ไม่แช่ตู้เย็นก็สามารถอยู่ได้นาน

จบกันไปแล้วกับ 13 อาหารที่ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็รีบกลับไปเช็คตู้เย็นของเพื่อน ๆ กันดูนะคะ ว่าได้มีอาหารเหล่านี้แช่ไว้ในตู้เย็นบ้างหรือเปล่า? หากพบว่ามีก็ให้รีบนำออกจากตู้เย็นแบบเร่งด่วนเลย ถ้าไม่อยากให้รสชาติและคุณค่าทางสารอาหารสูญเสียไป อย่าลืมไปเช็คกันดูนะคะ!

หากตามหาแหล่งรวมความอาร์ตและความสวยงามทั่วโลก รวมศิลปะต่าง ๆ จากทุกศิลปิน แล้วละก็ เราของแนะนำ ARTBABNEE ที่ตอบโจทย์ทุกความศิลป์

Tags: